การบรรพชา-อุปสมบท

(แบบ อุกาสะ)



  คำกล่าว ขานนาค  
เสมา

วันทาเสมา

๑. วันทาเสมา, บุชาพระรัตนตรัยต่อพระประธานในโบสถ์
(ยืนกล่าวคำวันทาเสมา)
              อุกาสะ วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง,
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

( นั่งคุกเข่า กล่าวต่อ )
              สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต, อุกาสะ ทะวารัตตะ เยนะ
กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต, อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ

( ลุกขึ้นยืน กล่าวต่อ )
              วันทามิ  ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง,
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ
เสร็จแล้วไปหน้าพระอุโบสถ เพื่อโปรยทาน
จากนั้นจึงเข้าสู่พระอุโบสถ และบูชาพระรัตนตรัยต่อพระประธาน
พุทธะบูชา มหาเตชะวันโต, ธรรมะบูชา มหาปัญโญ,

สังฆะบูชา มหาโพคะวะโห, ปิโรกะนะถัง อะภิปูชะยามิ
๒.
อุ้มผ้าไตร เดินเข่าเข้าไปหาอุปัชฌายะ
      ผู้อุปสมบทพึงรับผ้าไตรอุ้มประนมมือเดินเข่าเข้าไปหาอุปัชฌายะ วางผ้าไตรไว้ข้างตัว ด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌายะ แล้วกราบลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง แล้วอุ้มผ้าใครประนมมือเปล่งวาจา ถึงสรณะและขอบรรพชาด้วคำมคธ
อุ้มผ้าไตร


ยืนขึ้น แล้วกล่าววาจาขอบรรพชา ดังนี้

              อุกาสะ วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง,
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

อุกาสะ การุญญัง กัตตะวา, ปัพพัชชัง เทถะ เม ภันเต


(นั่งลงคุกเข่า ประนมมือ กล่าวต่อ)

                อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ     อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ    อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ,

                 สัพพะทุกขะ, นิสสะระณะนิพพานะ, สัจฉิกะระณัตถายะ, อิมัง กาสาวัง คะเหตตะวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะฯ

(กล่าว ๓ หน -- พระอุปัชฌายะรับผ้าไตร)
แล้วกล่าวต่อไป

                 สัพพะทุกขะ, นิสสะระณะนิพพานะ, สัจฉิกะระณัตถายะ, เอตัง กาสาวัง ทัตตะวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะฯ

(กล่าว ๓ หน)

จากนั้น พระอุปัชฌายะให้โอวาท และบอก ตะจะปัญจะกะ กัมมัฎฐาน
ให้ผู้อุปสมบท กล่าวตามไปทีละบท ดังนี้

เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ
ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา

 
๓.
ผู้อุปสมบทออกไปครองผ้าไตรจีวร
ขอสรณะและศีล
      พระอุปัชฌายะชักอังสะออกจากชุดผ้าไตรสวมให้แล้ว สั่งให้ออกไปครองไตรจีวร ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหาพระอาจารย์ รับเครื่องสักการะถวายท่าน แล้วกราบ ๓ หน นั่งคุกเข่า ประนมมือเปล่งวาจา ขอสรณะและศีล ดังนี้ ...
สวมอังสะ
ครองผ้าไตร


ยืนประนมมือเปล่งวาจาขอสรณะและศีล

              อุกาสะ วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง,
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

อุกาสะ การุญญัง กัตตะวา, ติสะระเณนะ สะหะ, สีลานิ เทถะ เม ภันเต

(นั่งลงคุกเข่า ประนมมือ กล่าวต่อ)

                 อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ     อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ    อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ,

 
๔.
ผู้บรรพชากล่าวคำนมัสการและสมาทานศีล
ตามพระอาจารย์
      ลำดับนี้ พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการ และสรณคมน์ นำให้ผู้บรรพชาว่าตาม ดังนี้ ...
สมาทานศีล

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะฯ
( ๓ หน)

                                    พุทธัง  สะระนัง คัจฉามิ
                                    ธัมมัง  สะระนัง คัจฉามิ
                                    สังฆัง  สะระนัง คัจฉามิ

                       ทุติยัมปิ   พุทธัง  สะระนัง คัจฉามิ
                       ทุติยัมปิ   ธัมมัง  สะระนัง คัจฉามิ
                       ทุติยัมปิ   สังฆัง  สะระนัง คัจฉามิ

                       ตะติยัมปิ  พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ
                       ตะติยัมปิ  ธัมมัง  สะระนัง คัจฉามิ
                       ตะติยัมปิ  สังฆัง สะระนัง คัจฉามิ

<< การบรรพชาเป็นสามเณรเสร็จสิ้นเพียงเท่านี้>>

       ต่อไป เป็นการสมาทานสิกขาบท 10 ประการ ว่าตามไปเป็นบทๆ ดังนี้

        • ปาณาติปาตา                                              เวระมะณี
      • อะทินนาทานา                                             เวระมะณี
      • อะพรัหมะจะริยา                                            เวระมะณี
      • มุสาวาทา                                                   เวระมะณี
      • สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา                          เวระมะณี
      • วิกาละโภชะนา                                             เวระมะณี
      • นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา                          เวระมะณี
      • มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฎฐานา เวระมะณี
      • อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา                               เวระมะณี
      • ชาตะรูปะระชะตะปะฎิคคะหะณา                          เวระมะณี

... อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิฯ ...
(บรรทัดนี้ กล่าว ๓ จบ)

กราบ ๑ ครั้ง

 
๕.
ผู้อุปสมบทรับบาตร และกล่าวคำขอนิสัย
      ลำดับนี้ สามเณรพึงรับบาตร อุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌายะ แล้ววางไว้ข้างตัว ด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายท่าน กราบ ๓ หน กล่าวคำ ขอนิสัย ดังนี้.....
สมาทานศีล


ยืนประนมมือเปล่งวาจาขอนิสัย

                  วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง,
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

(นั่งลงคุกเข่า แล้วกราบ ๓ ครั้ง)

จากนั้นรับบาตรอุ้มเข้าหาอุปัชฌาย์ วางไว้ข้างตัวด้านซ้าย
รับเครื่องไทยทานถวายพระอุปัชฌาย์ แล้วกราบ ๓ ครั้ง

ยืนประนมมือเปล่งวาจาขอนิสัย
              อุกาสะ วันทามิ ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต,
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง,
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

อุกาสะ การุญญัง กัตตะวา, นิสสะยัง เทถะ เม ภันเต

(นั่งลงคุกเข่า ประนมมือ กล่าวต่อ)

                อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ     อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ    อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ,

... อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ ...
(บรรทัดนี้ กล่าว ๓ จบ)

เมื่อพระอุปัชฌาย์ กล่าวว่า โอปายิกัง, ปะฎิรูปัง, ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ
สามเณร กล่าวรับว่า
อุกาสะ สัมปะฎิจฉามิ
(๓ ครั้ง ระหว่างประโยค)

(แล้วกล่าวดังต่อไปนี้)

อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร
(กล่าว ๓ ครั้ง เสร็จแล้วกราบลง ๑ ครั้ง)

(ลุกขึ้นยืนประนมมือแล้วว่าต่อ)

             วันทามิ  ภันเต, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต, มะยา กะตัง
ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง, สามินา กะตัง ปัญญัง มัยหัง, ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

(นั่งลงคุกเข่า แล้วกราบ ๓ ครั้ง)

จากนั้นพระอุปัชฌาย์ หรือพระกรรมวาจาจารย์ (พระคู่สวด) เอาสายบาตรคล้องตัว
ผู้อุปสมบท แล้วบอกบาตรและจีวรต่อไป

ปะฐะมัง อุปัชฌัง คาหาเปตัพโพ อุปัชฌัง คาหาเปตะวา ปัตตะจีวะรัง
อาจิกขิตตัพพัง

                          พระอุปัชฌาย์ว่า                    ผู้อุปสมบทรับว่า

                      อะยันเต ปัตโต                    อามะ ภันเต
                      อะยัง สังฆาฎิ                      อามะ ภันเต
                      อะยัง อุตตะราสังโค             อามะ ภันเต
                      อะยัง อันตะระวาสะโก          อามะ ภันเต

 
๖.
ผู้อุปสมบทออกไปยืนอยู่ในที่กำหนดไว้
พระอาจารย์สวดสอนซ้อม
      พระอาจารย์กล่าวว่า คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฎฐาหิ ให้ผู้อุปสมบทพึงลุกขึ้น ไปยืนอยู่ในที่ กำหนดไว้ เพื่อพระอาจารย์ท่านสมมติตนเป็นผู้สอนซ้อม แล้วออกไป สวดถามอันตรายิกธรรม

(พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง, อามะ ภันเต ๘ ครั้ง)
ยืนรอผู้สอนซ้อม
พระอุปัชฌาย์ว่าผู้อุปสมบทรับว่า
กุฎฐัง
คัณโฑ
กิลาโส
โสโส
อะปะมาโร
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
มะนุสโสสิ๊
ปุริโสสิ๊ 
ภุชิสโสสิ๊ 
อะนะโณสิ๊ 
นะสิ๊ ราชะภะโฎ
อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตุหิ
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊ 
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
๑. กินนาโมสิอะหัง ภันเต
(ฉายานาม ผู้อุปสมบท).. นามะ
๒. โก นามะ เต อุปัชฌาโยอุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา
(ฉายานาม พระอุปัชฌาย์) นามะ
 
๗.
เปล่งวาจาของอุปสมบท
      หลังจากสวดสอนซ้อมแล้ว ผู้อุปสมบทพึงเข้าไปในสังฆสันนิบาต กราบลง ตรงหน้าพระอุปัชฌายะ ๓ หน แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือ กล่าววาจาของอุปสมบท ดังนี้...
กล่าวคำขออุปสมบท

        สังฆัม ภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภัณเต, สังโฆ
อะนุกัมปัง อุปาทายะ

        ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภัณเต,
สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ

        ตะติยัมปิ ภันเต,สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภัณเต,
สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ

 


หลังจากผู้อุปสมบทกล่าวคำขออุปสมบทแล้ว พระอุปัชฌาย์กล่าวเผดียงสงฆ์
พระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม

(รับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง, และ อามะ ภันเต ๘ ครั้ง)

*******

จากนั้นผู้อุปสมบทนั่งฟังสวดกรรมวาจาอุปสมบทจนจบ
กราบ ๓ ครั้ง

นั่งพับเพียงประนมมือฟังพระอุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ไปจนจบ
ผู้อุปสมบท กล่าวรับว่า อามะ ภัณเต
กราบพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง ถวายเครื่องไทยทานแด่พระอันดับ

จากนั้นฟังพระท่านอนุโมทนา พร้อมกรวดน้ำตั้งใจอุทิศบุญกุศลให้ผู้มีพระคุณ
แล้วประนมมือฟังอนุโมทนาจนจบ



จบพิธีอุปสมบทแบบอุกาสะ





 การอุปสมบท   <-- ย้อนกลับ          อ่านต่อ -->    พิธีกรรมแรกของภิกษุใหม่